เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ
เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ
เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต
เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)
เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ
เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย
เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต
เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี
เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง
เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ
เวลาเจอคนที่ใช่ แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง
เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม
เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์
เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด
เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบททดสอบที่ว่า "มารไม่มีบารมีไม่เกิด"
เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม "ในวิกฤตย่อมมีโอกาส"
เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต
เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์
จะไม่มีเชื้อโรคใดเจาะผ่านภูมิคุ้มกันของเราได้ หากมีจิตใจที่คิดแต่สิ่งดี ภายในวิกฤตที่เลวร้าย หากใช้สติและเหตุผลพิจารณาอย่างรอบคอบ เราอาจจะได้เห็นด้านดีๆ ของชีวิตที่ซ่อนอยู่ก็ได้
วันอาทิตย์
ฝึกงานสัปดาห์ที่ 3
ในการฝึกงานในสัปดาห์ที่ 3 ก็เป็นทำงานประจำอยู่แล้วก็มีการโพสต์ข่าวในช่วงเช้าแล้วก็โพสต์บทความเกี่ยวกับ ธุรกิจ SME,สุภาษิต,สุขภาพ,กลยุทธ์การบริหาร,ภัยสังคม เป็นต้น ในช่วงบ่ายก็จะมีการโพสต์ฝากข่าวสินค้าให้กับลูกค้าเป็นเคื่องไล่นกในเว็บต่างๆเช่น sanook,mthai เป็นต้น ที่พี่เข้าบอกมาคับและมีการอัพราคา notebook ว่าในช่วงนี้ราคาสูงขึ้นหรือตกลงแล้วมีงานเกี่ยวกับเว็บที่ลูกค้าสั่งทำนำให้มาดูว่าเราจะทำอะไรได้บ้างคับ
ฝึกงานสัปดาห์ที่ 2
สัปดาห์ที่ 2 นี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนไปจากสัปดาห์ที่ 1 งานหลักๆของผมก็คือการอัพเดพข่าวประจำวันขึ้นบนเว็บของลูกค้าที่บริผาทดูแลอยู่ก็จะมีข่าวประจำวัน
-ข่าวการเมือง
-ข่าวต่างประเทศ
-ข่าวกีฬา
-ข่าวธุรกิจ เป็นต้น
แล้วก็จะทีการโพสฝากขายสินค้าเป็นเครื่องไล่นกของลูกค้าขึ้นบนเว็บแล้วมีงานเพิ่มขึ้นมาก็คือการเก็บข้อมูล notebook มากลง Excel ครับ
-ข่าวการเมือง
-ข่าวต่างประเทศ
-ข่าวกีฬา
-ข่าวธุรกิจ เป็นต้น
แล้วก็จะทีการโพสฝากขายสินค้าเป็นเครื่องไล่นกของลูกค้าขึ้นบนเว็บแล้วมีงานเพิ่มขึ้นมาก็คือการเก็บข้อมูล notebook มากลง Excel ครับ
ฝึกงานสัปดาห์ที่ 1
ฝึกงานสัปดาห์ที่ 1
สวัสดีครับ ผมได้มาฝึกงานที่บริษัท Worldit2007 ถ้าได้ยินชื่อแล้วก็ไม่มีใครรู้จักกันมากนักบริษัท Worldit2007 เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการทำเว็ปไซต์สอนการทำเว็ปไซต์และการโปรโมทเว็ปและสอนเกี่ยวกับเรื่อง SEO แล้วสอบในเรื่องของ PHP ครับ ส่วนงานของนักศึกษาฝึกงานก็จะได้ทำงานเกี่ยวกับการโปรโมทเว็ปแล้วพี่เขาได้แบ่งนักศึกษาฝึกงานออกเป็นกลุ่ม 3 กลุ่ม แล้วก็ทำงานเป็นกะ
สัปดาห์แรกของงานผมก็ได้ทำงานเกี่ยวการโพสข่าวกีฬา,ข่าวการเมือง,ข่าวประจำวัน เป็นต้นและโพสเกี่ยวกับบทความในเรื่องเกี่ยวสุขภาพ,ตลก, SME เป็นต้นครับ โพสขึ้นเว็ป www.classifiedthai.com
และได้เรียนรู้เกี่ยวกับในเรื่องของ SEO และได้อัพเรื่องเกี่ยวกับ Notebook ที่ออกมาใม่ขึ้นเว็บ www.thainotebook.com
สวัสดีครับ ผมได้มาฝึกงานที่บริษัท Worldit2007 ถ้าได้ยินชื่อแล้วก็ไม่มีใครรู้จักกันมากนักบริษัท Worldit2007 เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการทำเว็ปไซต์สอนการทำเว็ปไซต์และการโปรโมทเว็ปและสอนเกี่ยวกับเรื่อง SEO แล้วสอบในเรื่องของ PHP ครับ ส่วนงานของนักศึกษาฝึกงานก็จะได้ทำงานเกี่ยวกับการโปรโมทเว็ปแล้วพี่เขาได้แบ่งนักศึกษาฝึกงานออกเป็นกลุ่ม 3 กลุ่ม แล้วก็ทำงานเป็นกะ
สัปดาห์แรกของงานผมก็ได้ทำงานเกี่ยวการโพสข่าวกีฬา,ข่าวการเมือง,ข่าวประจำวัน เป็นต้นและโพสเกี่ยวกับบทความในเรื่องเกี่ยวสุขภาพ,ตลก, SME เป็นต้นครับ โพสขึ้นเว็ป www.classifiedthai.com
และได้เรียนรู้เกี่ยวกับในเรื่องของ SEO และได้อัพเรื่องเกี่ยวกับ Notebook ที่ออกมาใม่ขึ้นเว็บ www.thainotebook.com
วันพุธ
ความรู้สึกที่มีต่อวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
วิชานี้ทำให้ผมรู้เรื่องเกี่ยวกับการเตรียมฝึกงานว่าการฝึกงานว่าการฝึกงานนี้ต้องมีการเตรียมตัวก่อน การที่เราจะเข้าไปฝึกงานนั้นเราก็ต้องมีการแต่งกายให้ดูดีและต้องมีบุคลิกภาพที่ดีให้พร้อมกับการฝึกงานและได้รู้เรื่องที่เรายังไม่เคยได้รู้ เช่น ประวัติของมหาวิทยาลัยาราชภัฏสวนดุสิต เป็นต้น ยังได้ทำให้เรามีความรับผิดชอบในเรื่องการมาเรียนการทำงานและได้ยังช่วยทำให้รู้จักความสามัคคีในการทำงานเป็นทีมและเรื่องของการจัดโครงการได้รู้เรื่องการทอผ้าไหมจังหวัดสุรินทร์ว่ามีขั้นตอนการทำยังไงบ้าง การทำงานข้างนอกรั้วมหาวิทยาลัย เป็นอย่างไง ฝึกให้เราคิด ฝึกให้เราทำ อนาคตของเราไม้ใช้อยู่ที่ใครบ้างคนแต่อยู่ที่ตัวเราเอง ว่าเราจะวางแผนในการใช้ชืวิตที่ดีในอนาคตได้อย่างไร
วันศุกร์
ประวัติของผมเองคับ
ชื่อ นาย กิรพัทธ์
นามสกุล ชาวนาเสียว
ชื่อเล่น เอฟ
เกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531
อายุ 20
น้ำหนัก 58
ส่วนสูง 168
ภูมิลำเนา จังหวัดชัยภูมิ
ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน 37 หมู่ 1 บ้าน นาเสียว ตำบล นาเสียว อำเภอ
เมือง จังหวัด ชัยภูมิ
ที่อยู่ปัจุบัน ซอยจรัสสนิทวงศ์ 65 แขวง บางบำหรุ เขต บางพลัด กรุงเทพฯ
การศึกษา
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเมืองพญาแลวิทยา จังหวัด ชัยภูมิ
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเมืองพญาแลวิทยา จังหวัด ชัยภูมิ
การศึกษาปัจจุบัน
ศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิยาลัยราชภัฏสวนดุสิตคณะวิทยาการจัดการ โปรแกรมวิชาบริหาร
ธุรกิจ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
Email : wave_f116@hotmail.com
Gmail : u49132792078@gmail.com
เบอร์โทรที่สามารถติดต่อได้
089-7870547
วันพฤหัสบดี
ชีวิตดีด้วย... รอยยิ้ม
ความแข็งแรงประการหนึ่งในชีวิตคนเรา คือการมีจิตใจที่ผ่องใส สดชื่น ซึ่งมักจะส่งผ่านออกมาทางบุคลิกบางประการ ได้แก่ การเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสนั่นเอง หลายคนมองข้ามการเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่คิดว่ามันจะสลักสำคัญอะไร ดิฉันจึงขออนุญาตชี้ให้เห็นว่า หากใครก็ตามที่มีบุคลิกเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส เขาจะมีอะไรๆ ที่ "เป็นต่อ" คนอื่นๆ อยู่หลายเรื่องเลยทีเดียว
1. มีเสน่ห์ หลายคนแม้ไม่ได้หล่อจัดสวยจัด แต่ทุกครั้งที่ยิ้ม ก็เหมือนกับว่าโลกทั้งโลกสว่างไสวไปกับรอยยิ้มของเขา หลายคนไม่รู้ตัวหรอกว่า ตัวเองยิ้มสวยแค่ไหน ต้องลองยิ้มกับกระจกและสำรวจดูบ้าง การเป็นคนมีเสน่ห์นั้น ทุกคนคงนึกออกใช่ไหมคะ ว่ามีคุณต่อชีวิตของเราอย่างไร
2. มีมิตรมากกว่าศัตรู รอยยิ้มที่จริงใจและถูกกาลเทศะ จะสร้างมิตรมากกว่าสร้างศัตรู ว่ากันว่า รอยยิ้มคือเครื่องมือกะเทาะกำแพงน้ำแข็ง หรือความเย็นชาแปลกหน้าที่ผู้คนมีต่อกันได้เป็นอย่างดี ใครจะรู้ รอยยิ้มเล็กๆ ที่ส่งให้กันในวันนี้ อาจนำพาเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตมาให้เราก็ได้ คุณต้องการหรือเปล่า เพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตน่ะ
3. มีความสดชื่น รอยยิ้มเป็นสัญลักษณ์ของอารมณ์ที่สดชื่น เหมือนกับความสดชื่นนั้นคือต้นไม้ และรอยยิ้มก็คือดอกไม้นั่นแหละค่ะ อารมณ์และสภาพจิตของคนเรา ปลูกต้นอะไรไว้ก็ย่อมจะออกดอกเป็นสิ่งนั้น
4. มีกำลัง หลายคนบอกว่า เมื่อเผชิญกับปัญหา ความทุกข์ หรือความยากลำบาก ให้ยิ้มเข้าไว้ จะทำให้มีเรี่ยวแรงกำลังที่จะฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะว่ารอยยิ้ม คือกำลังของชีวิตอย่างหนึ่ง เขาถึงบอกว่า ยิ้มกันเข้าไว้ ยิ้มให้เริงร่า
5. มีมุมมองที่ดี ทุกคนทุกสำนักความรู้ ต่างอธิบายไว้คล้ายคลึงกันว่า คนที่มีอุปนิสัยยิ้มแย้ม จะเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี แม้ในเวลาที่มีปัญหา ก็จะยิ้มสู้ และพลิกปัญหาหรืออุปสรรคเหล่านั้นให้กลายเป็นโอกาสขึ้นมาได้
หลายคนเป็นทุกข์ และไม่เห็นหนทางแก้ทุกข์ เพราะมองโลกเป็นแต่เพียงด้านเดียว โดยเฉพาะในด้านที่ร้าย หรือหนทางที่ตีบตัน เกิดมาเป็นคนแล้วนั้น ต้องหมั่นฝึกฝนตนเองให้มองได้กว้าง คิดให้ไกล และใฝ่ดี
ยิ้มเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝน เริ่มจากเปิดโอกาสให้ตนเองและผู้อื่น ไม่รีบด่วนสรุปหรือตัดสินคน ตัดสินปัญหา แต่ให้โอกาส ให้เวลาที่จะครุ่นคิดพิจารณา มีจิตใจที่รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย
ขอให้โชคดี และมีรอยยิ้มเป็นเหมือนเครื่องประดับที่สูงค่า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
